กินเค็ม ทำให้ตัวบวม จริงหรือไม่?

จริงหรือหลอก? ที่บอกว่า กินเค็ม มาก ๆ ทำตัวบวม

จริงหรือหลอก?

“จริง” เพราะโดยปกติแล้วโซเดียมจะทำหน้าที่ควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย หากร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป ร่างกายจะดูดซับน้ำเก็บไว้ที่ “ใต้ผิวหนัง” มากขึ้น และทำให้เกิดอาการบวมน้ำได้ โดยร่างกายจะดูดซึมน้ำไว้เพื่อใช้ละลายโซเดียม แต่ใช้เวลานานในการขับออกมา

ยิ่งถ้ากินโซเดียมหรือกินเค็มเกินความต้องการของร่างกาย เป็นเวลาต่อเนื่องนาน ๆ ก็เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคไต โรคความดัน โรคหัวใจและหลอดเลือด ได้ด้วย

วิธีสังเกตเมื่อ กินเค็ม มากเกินไป จะเป็นอย่างไร?

เวลาที่กินอาหารที่มีรสเค็ม หรือปรุงรสจัด ๆ แล้วมีอาการ ตาบวม ขาบวม นั่นคืออาการจากการที่กินรสเค็มมากเกินไป

หรือแม้แต่กินรสเค็มแล้วรู้สึกหิวน้ำมาก นั่นก็เป็นสัญญาณว่าเริ่มกินเค็มมากเกินไปเช่นกัน และเรายังสามารถสังเกตได้จากปัสสาวะ ถ้าหากพบว่าปัสสาวะมีฟองหรือสีเข้ม แสดงว่า ร่างกายเริ่มมีความเสี่ยงของโรค เพราะเกิดจากการที่กินเค็มจัด

ซึ่งอาหารยอดนิยมที่มีรสชาติเค็มหรือโซเดียมเยอะ เช่น อาหารญี่ปุ่นที่ต้องใช้น้ำจิ้ม เช่น ซูชิ ชาบู หรืออาหารที่เรารู้จักกันดี ปิ้งย่างเกาหลี หมูกระทะ สุกี้ แฮม เบคอน ส้มตำที่ใส่ปู ปลาร้า กะปิ เยอะ ๆ หรืออาหารที่มีส่วนประกอบของชีส สำหรับอาหารเหล่านี้มักจะมีโซเดียมสูง ควรหลีกเลี่ยงและกินแบบนาน ๆ ครั้ง

ส่วนปริมาณที่แนะนำต่อวัน

สำหรับผู้ใหญ่ ปริมาณโซเดีนมต่อวันไม่ควรเกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับเกลือ 1 ช้อนชา หรือน้ำปลา 4 ช้อนชา โดยที่อย่าลืมดูฉลากโภชนาการก่อนเวลาเลือกซื้อของกิน และพยายามควบคุมปริมาณโซเดียมต่อวัน

ข้อมูลจาก

https://www.tropmedhospital.com/knowledge/sodium01.html

https://www.facebook.com/share/p/1G41oHriPS

https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/พฤติกรรมการทานอาหารที่/