
ถ้า ผลไม้ ที่เราซื้อมาแล้วลืมกิน ปรากฏว่า เกิดเป็นรอยช้ำเน่าเสีย แต่เสียดายยังอยากกิน เราสามารถตัดหรือเฉือนทิ้งบางส่วนได้มั้ย วันนี้เรามีคำตอบครับ

ต้องตัดหรือเฉือนทิ้งแค่ไหนถึงจะพอ? แล้วกินต่อได้มั้ย?
คำตอบคือ ทำได้ กินต่อได้ (บางผลไม้) แต่ไม่ควรทำ
เพราะจริง ๆ แล้วถ้าให้แนะนำเราคงอยากให้นำผลไม้ที่เน่าเสียแล้ว ทิ้งทั้งผลและดูผลอื่น ๆ ที่อยู่ติด ๆ กันให้ดีด้วย เพราะว่าเชื้อราจะทิ้งสปอร์ที่เรามองไม่เห็นไว้ลงบนอาหาร อีกทั้งยังปล่อยสารพิษซึมสู่เนื้อผลไม้ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ควรเสี่ยงนำเชื้อราเข้าร่างกาย
แต่ถ้าเสียดายมาก ๆ และอยากลองเสี่ยง เราควรต้องเฉือนออกแค่ไหนมาดูกัน
– ผลไม้เนื้อนิ่ม เปลือกนิ่ม อย่างเช่น สตรอเบอร์รี่ เชอร์รี่ เป็นต้น ถ้าเน่าเสีย เราจะไม่สามารถตัดหรือเฉือนบางส่วนออก แนะนำให้ทิ้งทั้งผล เพราะเชื้อราจะปล่อยสารพิษเข้าไปในเนื้อของผลไม้นั้น ๆ
– ผลไม้เนื้อและเปลือกแข็งปานกลาง อย่างเช่น แอปเปิล ต้องเฉือนหรือตัดส่วนที่เน่าเสียออกเยอะ และเว้นจากระยะที่เน่าเสีย 2-3 เซนติเมตร หรืออาจจะครึ่งผล
– ผลไม้เปลือกแข็งมาก อย่างเช่น สับปะรด แตงโม เป็นต้น ก็ตัดไปเลย เกือบครึ่งผลได้
ทางที่ดีเราไม่ควรเสียดาย เพราะเชื้อราต่าง ๆ สามารถเข้าไปในร่างกายและก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้
ข้อมูลจาก https://sciplanet.org/content/8408/
https://vt.tiktok.com/ZSHporUtnB7s5-TCyVj/

ทำความรู้จักกับเชื้อราในผลไม้
โดยปกติแล้ว เมื่อไหร่ที่มีเชื้อราบนอาหารเราไม่ควรกินต่อ เชื้อราบนอาหารเกิดจากสปอร์ที่มีขนาดเล็ก ลอยอยู่ในอากาศ แล้วตกลงบนอาหารที่มีความชื้นและสภาวะที่เหมาะสมในการเติบโต ราจะสร้างใยรา เหมือนเป็นรากเอาไว้ยึดเกาะและปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยอาหารแล้วดูดซึมกลับ เพื่อใช้ในการเติบโต แล้วสร้างสปอร์กระจายไปทั่ว ๆ
ราบางชนิดไม่ทนความร้อน แต่บางชนิดก็ทนความร้อนสูง และปล่อยสารพิษจากเชื้อรา กระจายไว้อยู่ทั่วอาหาร ไม่สามารถทำลายออกไปได้
บางข้อมูล อย่างข้อมูลของกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา แนะนำว่า ผักและผลไม้ที่มีเนื้อแน่น และมีส่วนประกอบของน้ำน้อย จะทำให้เชื้อราเจาะเข้าไปได้ยาก และหากมีความชื้นต่ำ เชื้อราก็จะเติบโตได้ไม่ดี เช่น กะหล่ำปลี พริกหวาน และ แคร์รอต ถ้าเสียดายให้ตัดออกอย่างน้อย 1 นิ้ว หรือ 2-3 เซนติเมตร
แต่ไม่ว่ายังไงเราควรทิ้งผลไม้หรืออาหารที่เห็นว่า มีเชื้อรา การเฉือนทิ้งก็ยังคงอันตรายอยู่ ยิ่งอาหารหรือผลไม้ที่มีเนื้อนิ่มและมีน้ำเยอะ เชื้อราเพียงจุดเล็ก ๆ แต่ราอาจเติบโตในอาหารกระจายไปทั่วแล้ว ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยไม่ควรเสี่ยง
เพราะถ้าบริโภคเชื้อราเข้าไป อาจจะทำให้เกิดอาการเป็นพิษอย่างเฉียบพลัน เช่น อาเจียน ท้องเสีย ในระยะยาวอาจทำให้เกิดมะเร็งได้
วิธีป้องกันเชื้อราในอาหาร
– เก็บอาหารในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด ใช้พลาสติกคลุมหรือ wrap ถ้าต้องการควบคุมความชื้นของอาหารและรักษาความสดของผักและผลไม้
– เก็บอาหารไว้ในตู้เย็น ไม่ควรทิ้งอาหารไว้นอกตู้เย็นนานเกิน 2 ชั่วโมง หรือหากอยากเก็บไว้นานให้ใส่ช่องแช่แข็ง
– อาหารเหลือควรจัดการให้หมดภายใน 3-4 วัน
ข้อมูลจาก https://sciplanet.org/content/8408/
